ประสิทธิผลของโปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผ่านสถานีสุขภาพชุมชนร่วมกับระบบสุขภาพทางไกล ต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองและระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านม่วงแยก อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยกึ่งทดลองแบบสองกลุ่มวัดผลก่อนและหลังการทดลองครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบความรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวาน แรงจูงใจในการดูแลตนเอง ทักษะการจัดการตนเอง พฤติกรรมการดูแลตนเอง และระดับน้ำตาลในเลือด ก่อนและหลังการใช้โปรแกรมของกลุ่มทดลอง และระหว่างกลุ่มทดลองกับกลุ่มเปรียบเทียบภายหลังการทดลอง กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้ จำนวน 64 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง 32 คน และกลุ่มเปรียบเทียบ 32 คน คัดเลือกด้วยการสุ่มอย่างเป็นระบบตามเกณฑ์คัดเข้าและคัดออก กลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมที่พัฒนาขึ้นตามแบบจำลองข้อมูลข่าวสาร แรงจูงใจ และทักษะเชิงพฤติกรรม เป็นเวลา 8 สัปดาห์ ประกอบด้วยกิจกรรมที่สถานีสุขภาพชุมชน 7 กิจกรรม การตรวจติดตามที่สถานีสุขภาพชุมชน 4 ครั้ง การให้คำปรึกษาผ่านระบบสุขภาพทางไกล 2 ครั้ง และสร้างแรงจูงใจผ่านแอปพลิเคชันไลน์ตลอดโปรแกรม ส่วนกลุ่มเปรียบเทียบได้รับการดูแลตามปกติ เครื่องมือเก็บข้อมูลเป็นแบบสอบถาม 5 ส่วน มีค่าความเชื่อมั่นระหว่าง 0.780–0.940 และการตรวจระดับน้ำตาลในเลือดหลังอดอาหารด้วยวิธีเจาะปลายนิ้ว วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา สถิติการทดสอบค่าที มีระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ถึงเดือน สิงหาคม 2569
ผลการวิจัยพบว่า ภายหลังเข้าร่วมโปรแกรม กลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยความรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวานเพิ่มขึ้นจาก 10.59 เป็น 17.66 คะแนน (MD = 7.07, 95% CI = 6.44 ถึง 7.68) แรงจูงใจในการดูแลตนเองเพิ่มขึ้นจาก 35.34 เป็น 53.00 คะแนน (MD = 17.66, 95% CI = 16.08 ถึง 19.23) ทักษะการจัดการตนเองเพิ่มขึ้นจาก 26.16 เป็น 50.50 คะแนน (MD = 24.34, 95% CI = 22.77 ถึง 25.92) พฤติกรรมการดูแลตนเองเพิ่มขึ้นจาก 70.09 เป็น 130.66 คะแนน (MD = 60.57, 95% CI = 57.58 ถึง 63.55) และระดับน้ำตาลในเลือดหลังอดอาหารจากเลือดฝอยลดลงจาก 158.03 เป็น 135.34 mg/dL (MD = 22.69, 95% CI = 19.71 ถึง 25.67) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติทุกตัวแปร (p < 0.001) ส่วนกลุ่มเปรียบเทียบไม่พบความแตกต่างในตัวแปรใด และเมื่อเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มทดลองกับกลุ่มเปรียบเทียบภายหลังเข้าร่วมโปรแกรม พบว่ากลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยความรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวาน 17.66 คะแนน สูงกว่ากลุ่มเปรียบเทียบซึ่งมีค่าเฉลี่ย 11.41 คะแนน (MD = 6.25, 95% CI = 5.39 ถึง 7.11) แรงจูงใจในการดูแลตนเอง 53.00 คะแนน สูงกว่ากลุ่มเปรียบเทียบซึ่งมีค่าเฉลี่ย 37.09 คะแนน (MD = 15.91, 95% CI = 13.57 ถึง 18.25) ทักษะการจัดการตนเอง 50.50 คะแนน สูงกว่ากลุ่มเปรียบเทียบซึ่งมีค่าเฉลี่ย 27.00 คะแนน (MD = 23.50, 95% CI = 21.09 ถึง 25.91) พฤติกรรมการดูแลตนเอง 130.66 คะแนน สูงกว่ากลุ่มเปรียบเทียบซึ่งมีค่าเฉลี่ย 73.75 คะแนน (MD = 56.91, 95% CI = 53.24 ถึง 60.57) และมีระดับน้ำตาลในเลือดหลังอดอาหารจากเลือดฝอย 135.34 mg/dL ต่ำกว่ากลุ่มเปรียบเทียบซึ่งมีค่าเฉลี่ย 163.22 mg/dL (MD = −27.88, 95% CI = −40.38 ถึง −15.37) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติทุกตัวแปร (p < 0.001) ผลการศึกษาสนับสนุนว่าโปรแกรมนี้อาจช่วยยกระดับความรู้ แรงจูงใจ ทักษะการจัดการตนเอง และพฤติกรรมการดูแลตนเอง ตลอดจนช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดหลังอดอาหารในระยะสั้น
Article Details
เนื้อหาและข้อมูล (เขียนข้อกำหนด)
เอกสารอ้างอิง
กรมควบคุมโรค. (2566). รณรงค์วันเบาหวานโลก 2566. กองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค.
บรรทม แสนแก้ว. (2567). ผลของโปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดในผู้ป่วยโรคเบาหวานควบคุมระดับน้ำตาลไม่ได้ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแกเปะ จังหวัดกาฬสินธุ์. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพชุมชน, 9(6), 753–763.
ประเสริฐ บินตะคุ. (2566). การจัดบริการดูแลผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ไม่ดี ผ่านระบบการแพทย์ทางไกล ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล. วารสารวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพ, 16(3), 127–140.
ภัคทิพา จันบุตรดี, และพันธ์ทิพย์ ศรีตะบุตร. (2567). ผลของการประยุกต์ใช้โปรแกรมการจัดการตนเองต่อพฤติกรรมการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 โรงพยาบาลโพนพิสัย. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพชุมชน, 9(5), 628–636.
วิชัย เอกพลากร, หทัยชนก พรรคเจริญ, และวราภรณ์ เสถียรนพเก้า. (2564). รายงานการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 6 พ.ศ. 2562–2563. คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล.
สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ. (2566). แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับโรคเบาหวาน พ.ศ. 2566. ศรีเมืองการพิมพ์.
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดศรีสะเกษ. (2568). ระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ (Health Data Center). https://ssk.hdc.moph.go.th/hdc/main/index.php
American Diabetes Association. (2024). Standards of care in diabetes—2024. Diabetes Care, 47(Suppl. 1), S1–S321.
Bandura, A. (1997). Self-efficacy: The exercise of control. W. H. Freeman.
Fisher, J. D., & Fisher, W. A. (1992). Changing AIDS-risk behavior. Psychological Bulletin, 111(3), 455–474.
Gao, J., Wang, J., Zheng, P., Haardörfer, R., Kegler, M. C., Zhu, Y., & Fu, H. (2013). Effects of self-care, self-efficacy, social support on glycemic control in adults with type 2 diabetes. BMC Family Practice, 14, 66.
International Diabetes Federation. (2025). IDF diabetes atlas (11th ed.). https://diabetesatlas.org
Kilinc Isleyen, E., & Kartal, A. (2025). The effect of information, motivation and behavioural skills model-based diabetes education and motivational interview program on health outcomes in middle-aged adults with type 2 diabetes: A randomised controlled study. Psychogeriatrics, 25(1), e13219. https://doi.org/10.1111/psyg.13219
Mayberry, L. S., & Osborn, C. Y. (2014). Empirical validation of the information–motivation–behavioral skills model of diabetes medication adherence. Diabetes Care, 37(5), 1246–1253.
Meunier, S., Coulombe, S., Beaulieu, M.-D., Côté, J., Lespérance, F., Chiasson, J.-L., Bherer, L., Lambert, J., & Houle, J. (2016). Longitudinal testing of the Information-Motivation-Behavioral Skills model of self-care among adults with type 2 diabetes. Patient Education and Counseling, 99(11), 1830–1836.
Norris, S. L., Engelgau, M. M., & Narayan, K. M. V. (2001). Effectiveness of self-management training in type 2 diabetes: A systematic review of randomized controlled trials. Diabetes Care, 24(4), 561–587.
Osborn, C. Y., Amico, K. R., Fisher, W. A., Egede, L. E., & Fisher, J. D. (2010). An information-motivation-behavioral skills analysis of diet and exercise behavior in Puerto Ricans with diabetes. Journal of Health Psychology, 15(8), 1201–1213.
Osborn, C. Y., & Egede, L. E. (2010). Validation of an Information-Motivation-Behavioral Skills model of diabetes self-care (IMB-DSC). Patient Education and Counseling, 79(1), 49–54.
Powers, M. A., Bardsley, J., Cypress, M., Duker, P., Funnell, M. M., Fischl, A. H., Maryniuk, M. D., Siminerio, L., & Vivian, E. (2020). Diabetes self-management education and support in adults with type 2 diabetes: A consensus report. Diabetes Care, 43(7), 1636–1649.
World Health Organization. (2024). Diabetes [Fact sheet]. https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/diabetes